5 ทริคเล็กๆ ดูได้ไม่ยาก กับวิธีสแกนคนที่เข้ามาว่าแค่เฟรนด์ลี่หรือจริงจัง

5 ทริคเล็กๆ ดูได้ไม่ยาก กับวิธีสแกนคนที่เข้ามาว่าแค่เฟรนด์ลี่หรือจริงจัง

1.เวลาเข้าไปใกล้ เค้าจะดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

วิธีการแรก จะใช้การสังเกตเป็นหลัก เริ่มจากให้คุณค่อยๆ เนียนเข้าไปใกล้ โดยทำตัวให้สนิทสนมกับอีกฝ่ายมากขึ้น เช่น ลองพูดคุยต่อบทสนทนากัน ไปนั่งอ่านหนังสือด้วย หรือไปทานข้าว ดื่มกาแฟด้วยกันแบบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว แล้วสังเกตพฤติกรรมอาการ ถ้าหากอีกฝ่ายยังทำตัวเป็นธรรมชาติ ไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้น เก้ๆ กังๆ นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้คิดเกินเลยกับคุณ การแสดงออกที่ทำให้คุณใจเต้นแรง เป็นเพราะนิสัยเฟรนลี่ เข้ากับคนอื่นได้ง่ายเท่านั้น

2.เก็บรายละเอียดตัวเราถี่ยิบ

หากอีกฝ่ายจริงจังอยากสานต่อความสัมพันธ์กับคุณจริงๆ เขาจะพยายามเก็บรายละเอียดใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของคุณ ทั้งคำพูด ท่าทาง การแต่งตัว หรือแม้กระทั่งพฤติกรรม โดยเขาจะรู้ไปหมดว่าคุณชอบอะไร ไม่ชอบอะไร วันไหนเป็นวันสำคัญของคุณ อีกทั้งยังพยายามเลียนแบบความชื่นชอบของคุณด้วย

3.ไม่พูดเยอะ เค้าจะลงมือทำจริงจังทุกสิ่งกับเรา

ผู้ชายหลายคนอาจเป็นประเภทที่ไม่ค่อยพูดมากนัก แต่จะแสดงความรู้สึกทุกอย่างออกมาทางการกระทำ แต่การกระทำเหล่านั้นต้องเป็นการกระทำที่พิเศษมากกว่าการปฏิบัติโดยทั่วไปของเขา เช่น การเทคแคร์เอาใจใส่ นัดทานข้าว คอยไปรับไปส่ง หรือยามเมื่อคุณมีปัญหาเขาก็พร้อมช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่ หากเขาแสดงท่าทีแบบนี้ก็มั่นใจได้เลยว่าเขาก็มีใจให้คุณเช่นกัน

4.ทักทาย ชวนคุยต่อเนื่องและยาวนาน

ความสม่ำเสมอก็เป็นอีกเรื่องที่สามารถแสดงให้เห็นความจริงใจและจริงจังได้เช่นเดียวกัน หากมีคนเข้ามาชวนคุยด้วยบทสนทนาสบายๆ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปและใช้คำที่ไม่ทำให้ดูห่างเหินต่อเนื่องกันมากกว่า 3 สัปดาห์ก็สามารถมั่นใจได้ว่าคุณคือ เป้าหมายของเขาแล้วนั่นเอง

5.เปิดอกคุยกันเลย

จาก 4 ข้อที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่การแสดงออกทางพฤติกรรมเท่านั้น หากคุณต้องการความมั่นใจว่าเขาจริงจังในความสัมพันธ์มากแค่ไหน ควรที่จะเปิดใจคุยกันไปเลยว่าสรุปแล้วที่เขาแสดงออกมาจริงจังไหม หรือแค่เราคิดไปเอง

พนันฟุตบอลออนไลน์

5 วิธีแก้ปัญหา “สามีไม่ทำการบ้าน” แบบเนียนๆ

5 วิธีแก้ปัญหา “สามีไม่ทำการบ้าน” แบบเนียนๆ

1.ลองเปิดใจคุยกัน

การเปิดใจพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกัน โดยเฉพาะการบอกข้อข้องใจของคุณกับสามีอย่างตรงไปตรงมา ก็เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ละมุนละม่อม และตรงจุดมากที่สุด เพราะบางทีด้วยความเหนื่อยล้าและตึงเครียดจากหน้าที่การงานอาจทำให้สามีลืมบทบาทสำคัญอย่างเรื่องบนเตียงไป การย้ำเตือนกับเขาว่าสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้จากชีวิตแต่งงานก็น่าจะช่วยให้อะไรดีขึ้นไม่มากก็น้อย

2.หมั่นออกกำลังกาย

คู่สามีภรรยาที่อยู่กินกันมาเป็นระยะเวลานาน อาจจะเผลอใจปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปบ้าง โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้ว แม้จะไม่ใช่สาเหตุสำคัญ แต่หุ่นที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมก็อาจทำให้กิจกรรมบนเตียงลดความแซ่บซ่านลงไปบ้าง ฉะนั้น การหันมาออกกำลังกาย ฟิตหุ่นให้เฟิร์มขึ้นก็น่าจะช่วยดึงดูดใจให้คุณสามีหันมามองคุณด้วยสายตาที่เหมือนกับเสือกำลังจะจ้องตะครุบเหยื่ออีกครั้ง แม้เวลาจะล่วงเลยไปแค่ไหนก็ตาม

3.เป็นฝ่ายรุกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว

ผู้ชายร้อยทั้งร้อยชอบเซอร์ไพรซ์ หากคุณสามีกลับจากการทำงานมาเหนื่อย ๆ เมื่อยล้าไปทั้งตัว คุณอาจจะจูงมือเขาเข้าไปในห้องน้ำ จับถอดเสื้อผ้าแล้วอาบน้ำให้พร้อมกับนวดคลายกล้ามเนื้อให้กับเขา หลังจากนั้นก็ปล่อยให้สัญชาตญาณเพศชายได้ทำหน้าที่ของมัน หรือคุณอาจจะสร้างความประหลาดใจให้เขาด้วยชุดชั้นในใหม่หรือชุดคอสเพลย์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสรักให้ร้อนแรงมากขึ้นได้เช่นกัน

4.เปลี่ยนบรรยากาศ

หลังแต่งงานไปได้สักพัก ด้วยหน้าที่การงานและเวลาว่างที่ไม่ค่อยจะตรงกัน อาจจะทำให้คู่รักห่างเหินกันไป หนทางแก้ไขที่ดีก็คือการชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศด้วยกัน การเปลี่ยนบรรยากาศจะช่วยเติมไฟรักที่อ่อนโรยราลงไปให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง โดยเฉพาะสถานที่สวยงามและอากาศดีๆ

5.ใช้วันหยุดให้เกิดประโยชน์

บ่อยครั้งที่กิจกรรมบนเตียงถูกลดความสำคัญลงไปเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับงานหรือความเหนื่อยล้าจากการเดินทางต่าง ๆ นานา แต่มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่คุณกับสามีสามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างปลอดความกังวล นั่นคือช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดสุดสัปดาห์นั่นเอง โดยเฉพาะช่วงเช้าวันหยุดที่ต่างคนต่างพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ คุณอาจจะชวนสามีเปลี่ยนจากการวิ่งออกกำลังกายยามเช้ามาเป็นการออกกำลังกายบนเตียงแทนก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเหมือนกัน

พนันฟุตบอลออนไลน์

เทคนิคสะกิดคุณแฟนให้ส่งการบ้านเนียนๆ ไม่เปลี่ยนโหมดก็ให้รู้ไป!

เทคนิคสะกิดคุณแฟนให้ส่งการบ้านเนียนๆ ไม่เปลี่ยนโหมดก็ให้รู้ไป!

1.พูดอ้อมๆ ให้รู้ว่าอยาก

เหมือนกับการอ้อนแฟนด้วยคำพูดปกติ แต่ครั้งนี้มีจุดประสงค์ทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวบ้างแล้ว โดยก่อนนอนลองพูดหวานๆ พร้อมทำหน้าอ้อนแบบน่ารักๆ เชื่อว่าอีกฝ่ายเห็นแบบนี้แล้วต้องอดไม่ได้ที่จะมอบความสุขให้จริงๆ ลองอ้อนอีกฝ่ายว่า “ตัวเอง กอดเค้าหน่อย” ด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ แน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องเข้ามากอดหมับไว้แน่นทันที เริ่มต้นแบบนี้รับรองว่าทำการบ้านส่งแน่นอน

2.ลวนลามทางอ้อม

มารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงที่มีติดตัวให้งัดออกมาใช้สักเล่มบ้าง การเริ่มต้นโดยการเข้าไปออดอ้อนแทะโลมเบาๆ อาจเป็นการสะกิดต่อมอารมณ์ให้ฮึดขึ้นมาได้ เช่น ขยับเข้าไปใกล้ๆ ไปคลอเคลีย ลูบไล้ไปตามตัว กัดคอเบาๆ กระซิบข้างหูทำให้อีกฝ่ายรู้สึกวูบวาบและซู่ซ่าขึ้นมาได้ แบบนี้รับรองว่าสุขสมใจอยากแน่นอน

3.ชุดนอนไม่ได้นอน

ชุดนอนธรรมดาๆ ในทุกคืนเป็นเรื่องปกติของทุกคนอยู่แล้ว แต่การลองเปลี่ยนชุดนอนไปเป็นชุดนอนไม่ได้นอนทำให้เกิดความแปลกใหม่และความรู้สึกดึงดูด ยั่วยวนฝ่ายตรงข้ามโดยอัตโนมัติทันที ซึ่งชุดนอนไม่ได้นอนนั้นมีหลากหลายแบบให้เลือกมากมาย เป็นแบบซีทรูวาบหวิว หรือแบบลูกไม้ที่มีเสน่ห์พร้อมยั่วยวน ลองซื้อมาใส่นอนสักตัวแล้วจะรู้เลยว่าอีกฝ่ายที่นอนอยู่ข้างเราเขาจะนอนหลับลงหรือเปล่า

4.กลิ่นหอมๆ ช่วยดึงความสนใจ

ความหอมเป็นแรงดึงดูดทางเพศได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ลองฉีดน้ำหอมกลิ่นเย้ายวนก่อนนอนหรือไม่ก็เลือกฉีดน้ำหอมในกลิ่นที่แฟนชอบก็ช่วยปลุกอารมณ์อีกฝ่ายได้แน่นอน ถ้าใครที่กลัวว่ากลิ่นน้ำหอมจะฉุนมากเกินไปให้ใช้โลชั่นน้ำหอมก็ได้ กลิ่นหอมๆ แบบนี้มีหรือที่คุณแฟนจะอดใจไม่มากอดจูบลูบคลำได้ เป็นการสะกิดให้ทำการบ้านโดยใช้กลิ่นแบบเนียนๆ

พนันฟุตบอลออนไลน์

เทคนิคจับผิดผู้ชายเจ้าชู้ให้อยู่หมัด เขาซุกกิ๊กไว้ไหม เช็กได้จาก 5 พฤติกรรมนี้

เทคนิคจับผิดผู้ชายเจ้าชู้ให้อยู่หมัด เขาซุกกิ๊กไว้ไหม เช็กได้จาก 5 พฤติกรรมนี้

1.ไม่เปิดตัวคุณกับใคร

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าทำไมคนรักของคุณนั้นไม่เปิดตัวคุณกับใคร ทั้งคนในครอบครัวของเขาและเพื่อนในกลุ่มของเขา ก็เป็นไปได้ว่าเขาต้องการปิดบังไม่ให้สังคมรอบข้างรู้ว่าคุณเป็นคนรักของเขา แนะนำว่าหากเขาไม่พาไปเจอสักที ก็ลองเลือกถามเขาสักครั้ง หากยังบ่ายเบี่ยงหรือมีข้ออ้าง ไม่พร้อมบ้าง ไม่สะดวกบ้าง แสดงว่าเขาอาจจะซุกซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ หรือไม่ได้คิดว่าคุณเป็นตัวจริง

2.ปิดโทรศัพท์มือถือหรือปิดเสียง

การปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ตลอดเวลา ถือเป็นพฤติกรรมหนึ่งของคนรักที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีโทรศัพท์เข้าแล้วคนรักของคุณนั้นเลือกที่จะปิดเสียง หรือปิดโทรศัพท์ไปเลย เพื่อต้องการเลี่ยงการคุยโทรศัพท์ต่อหน้าคุณ ก็เป็นไปได้ว่ากิ๊กของเขานั้นกำลังโทรเข้า

3.วันหยุด แต่เขากลับไม่หยุด

หากหนุ่มของคุณมักมีกิจวัตรในวันหยุด พาพี่สาวไปหาหมอ พาคุณแม่ไปทานข้าวนอกบ้าน หรือมีข้ออ้างตลอดทุกสัปดาห์แบบนี้ ก็เป็นไปได้ว่าเขาแบ่งเวลาไปหาอีกคนของเขานั่นเอง หากคุณลองนัดเขา แล้วเขาตอบตกลง แต่ก็กลับโทรศัพท์ยกเลิกนัดก่อนเวลาจริง ก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจซุกกิ๊กอยู่

4.หลงตัวเอง

สำหรับใครที่เจอหนุ่มหลงตัวเองแบบนี้ แนะนำให้ลองจับสังเกตดูว่าเขาหลงตัวเองมากเกินไปหรือไม่ เพราะบางทีการที่เขาหลงตัวเอง ก็ทำให้เขาอยากลองทดสอบเสน่ห์กับหญิงอื่นอยู่ตลอดเวลา โดยคุณอาจจะเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่เขาทดสอบเสน่ห์อยู่ก็เป็นได้

5.ไปไหนมาไหนไม่บอกคุณ

คนเป็นแฟนกันจะต้องบอกกันทุกเรื่อง ไปไหนมาไหน หรือมีกิจธุระอะไร สิ่งที่สำคัญคือ การบอกให้คนรักรับรู้ ไม่ใช่ว่าเวลาไปไหนก็ต้องให้คุณคอยถามตลอดเวลา หรือรู้จากเพื่อนของเขา เพราะสิ่งเหล่านี้ถือว่าสำคัญอย่างมากที่คนรักกันต้องคอยบอกกัน หากไม่บอกก็แสดงว่าเขาไม่เห็นความสำคัญของคุณ

สมัครบอล

5 ทริคพิชิตใจผู้ชายสายฝอ เขาต้องหลงรักแน่นอน

5 ทริคพิชิตใจผู้ชายสายฝอ เขาต้องหลงรักแน่นอน

1.เป็นตัวของตัวเองเข้าไว้ และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญมากกก แต่สาวๆ มักลืมคือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะคุยกับใคร คุณต้องอย่าลืมตัวตนของตัวเอง อย่าลืมว่าคุณเป็นใคร อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพียงเพื่ออยากให้เขาชอบหรืออยากให้เข้ากับเขา เช่น เขาเป็นชาวต่างชาติ คุณก็ทำตัวอินตามเเทบจะเป็นสาวชาวต่างชาติตามเขาไปเพื่อหวังว่าเขาจะชอบ แต่นั่นผิดมหันต์เลยค่ะ เขาไม่ได้ชอบให้เราตามใจเขาขนาดนั้น สาวๆ ไทยเรามีซิกเนเจอร์ค่ะอย่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย เป็นเราที่มีคนเดียวในโลกนี่ล่ะดีที่สุดแล้ว

2.แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างคุณกับเขา

อีกหนึ่งสิ่งที่สาวๆ ต้องเข้าใจเกี่ยวกับหนุ่มต่างชาติทั้งหลายคือด้วยพื้นฐานนิสัยของเขา เขาชอบการเรียนรู้ เขาจะสนใจสิ่งใหม่ๆ ที่่่เขาไม่เคยรู้จักเสมอ ฉะนั้นโอกาสนี้้ล่ะเป็นจังหวะดีเลยที่คุณจะชวนเขาคุยเเลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันไปเลย ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ ได้คุยกันไปอี๊กกกก หากหาจังหวะได้ชวนเที่ยวเลยจ้า แอบเดทเนียนๆ ไปเลย เชื่อเถอะว่าหนุ่มต่างชาติเขาต้องปลื้มแน่นอน!

3.อย่าหัวเราะเขาเมื่อเขาใช้ภาษาของเราผิด

อย่าหัวเราะหรือขำหากเขาพูดภาษาของเราผิดเพราะนั่นจะทำให้เขาเสียความมั่นใจมากๆ คุณต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ภาษาเกิดเขา เขาจะพูดผิดๆ ถูกๆ บ้างก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เราควรสอนเขาให้เขาพูดถูก ดีซะอีกให้เขาฝึกพูดบ่อยๆ จะได้เข้าใจกันง่ายขึ้น อ้อ! อีกอย่างนะการที่เราขำเวลาเขาพูดผิดหรือสำเนียงแปลกๆ มันเป็นการเสียมารยาทมากเลยล่ะ ลองคิดกลับกันสิว่าากคุณลองพูดภาษาเขาเเล้วพูดผิดแล้วเขาหัวเราะเรา เราก็คงไม่โอเคใช่ไหมล่ะ ฉะนั้นอย่าทำเด็ดขาดนะคะสาวๆ

4.กล้าพูดกับเขา เมื่อคุณมีหนุ่มเป้าหมายเรียบร้อยเเละเขาก็ดันเป็นหนุ่มต่างชาติ ปัญหาด่านเเรกของคุณที่จะเจอเลยก็คือ เขาพูดไทยไม่ได้ค่ะ หรือพูดได้น้อยมากกกก คุณก็อย่าเพิ่งรีบหวั่นใจล่ะ เมื่อเราตัดสินใจเเล้วว่าจะคุยกับเขาก็ต้องกล้าๆ กันหน่อย เข้าไปหาเขา ไปพูดคุยกับเขา ไม่ใช่มัวเเต่มานั่งอาย นั่งเขิน กลัวว่าจะแป๊ก กลัวว่าคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง เอาจริงๆ นะคะ ถ้าคุณคาดหวังว่าจะคุยกับหนุ่มต่างชาติ ปัญหานี้คุณเจอเเน่ๆ อยู่เเล้ว ฉะนั้นก็ต้องฝึกฝนเข้าไว้ พูดบ่อยๆ เดี๋ยวก็ดีเอง

5.ความจริงใจสำคัญที่สุด สิ่งแรกที่ต้องมีในการเริ่มต้นคุยกับใครสักคนคือความจริงใจค่ะ ก่อนที่เราจะเราจะเริ่มเข้าหาใครก็ตาม ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบไหนก็ควรเข้าไปด้วยความจริงใจ เพราะความจริงใจนี่ล่ะเป็นสิ่งเเรกที่เราพึงจะมอบให้กัน หากมีใครสักคนจะเข้ามาในชีวิตเรา เราเองก็ต้องการคนที่จริงใจไม่ได้หวังจะเข้ามาหลอกใช่ไหมล่ะ แน่นอนว่าเขาก็เช่นกัน อย่าหวังที่จะไปหาเขาเพียงแค่ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากเขา ใครจริงใจไม่จริงใจเขาดูออกค่ะพูดเลย

สมัครบอล

อกหักเหรอ อย่าได้แคร์! 6 วิธีมูฟออนให้ชีวิตก้าวต่อได้อย่างง่ายขึ้น

อกหักเหรอ อย่าได้แคร์! 6 วิธีมูฟออนให้ชีวิตก้าวต่อได้อย่างง่ายขึ้น

1.จมอยู่กับตัวเองให้เต็มที่

ช่วงระยะแรกของการเลิกรา ควรให้เวลาอยู่กับตัวเองได้จมอยู่กับความคิดของตัวเองให้เต็มที่ เพื่อเป็นการจัดระเบียบความคิด ยอมรับความจริงและเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกค้างคาอะไรอีก เพราะการพยายามลืมสิ่งต่างๆ ในช่วงที่สมองยังไม่มีการยอมรับความจริงจะเป็นการฝืนตัวเองจนเกินไป จะยิ่งทำให้เกิดการคิดวนอยู่แต่เรื่องเดิมซ้ำๆ

2.เลิกย้อนเวลาและคิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ

เมื่อจมอยู่กับตัวเองจนยอมรับความจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แล้ว ก็ควรที่จะหยุดคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ไม่ควรคิดวนซ้ำอยู่กับเรื่องในอดีต เพราะไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับว่าคุณพาตัวเองกลับมาเจอความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำอีก

3.เลิกติดต่อกับคนรักเก่า

แน่นอนว่าเมื่อเลิกรากันแล้ว ถึงแม้จะจากกันด้วยดีขนาดไหน ในช่วงแรกมักมีความรู้สึกอยากพูดคุยและนึกถึงอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าคุยกับเขาแล้วไม่สนิทใจ ไม่สามารถกลับไปเป็นเพื่อนหรือพี่น้องกันได้เหมือนเก่า ก็ควรที่จะก้าวออกมาจากความสัมพันธ์นั้นก่อน เลิกติดต่อสื่อสาร หรือพูดคุยกันไปสักพัก จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะยอมรับความจริงและสามารถพูดคุยกันได้อย่างสนิทใจ เพื่อเป็นการปกป้องจิตใจและลดการทำร้ายแผลเก่าที่ยังไม่หายดีให้แห้งสนิทเสียก่อน

4.สร้างเป้าหมายใหม่ในชีวิต

การขาดคนที่เคยเคียงข้างอาจสร้างความรู้สึกเคว้งคว้างให้กับคุณ โดยเฉพาะสำหรับคู่ที่วางแผนสร้างอนาคตไว้ด้วยกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของคุณ คุณควรที่จะตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิต อาจจะเป็นเป้าหมายเล็กๆ อย่างเช่น การเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด การหาร้านอาหารอร่อยๆ นั่งทาน หรือจะเป็นการรับเลี้ยงสัตว์น่ารักสักตัวมาเป็นเพื่อนคลายเหงา เป็นต้น

5.หาอะไรแปลกใหม่ทำ

การเริ่มต้นชีวิตใหม่อาจทำได้ยาก หากเรายังทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ เหมือนทุกวัน หากอยากลองเปลี่ยนตัวเองให้เริ่มจากการเปลี่ยนการดำเนินชีวิตบางอย่าง ออกไปลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทำ วิธีนี้อาจดึงคุณออกจากเรื่องเศร้าและทำให้คุณสดใสได้มากยิ่งขึ้น

6.ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ

แม้ว่าช่วงนี้คุณอาจจะยังไม่พร้อมเริ่มต้นใหม่ แต่การเปิดตัวเองเพื่อพบปะกับคนใหม่ๆ ก็จะสามารถช่วยให้คุณนึกถึงเขาน้อยลงได้ หากพบคนที่ถูกใจ การเริ่มต้นรักครั้งใหม่ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สมัครบอล

ข้อดี-ข้อเสียของการมีแฟนที่ทำงานสายงานเดียวกัน รู้ไว้ก่อนตัดสินใจคบ

ข้อดี-ข้อเสียของการมีแฟนที่ทำงานสายงานเดียวกัน รู้ไว้ก่อนตัดสินใจคบ

ข้อดี

1.ช่วยเราได้เมื่อมีปัญหาจากที่ทำงาน ด้วยความที่สายงานเดียวกันจึงอาจเคยมีประสบการณ์หรือผ่านเรื่องนี้มาก่อน การที่มีคนสายงานเดียวกันมาแชร์ แบ่งปันความรู้และแนวทางการแก้ปัญหาได้ตรงจุดถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ต่อการงานของเรา

2.สามารถเข้าใจเราได้มากกว่าที่คิด การมีคนรักที่ทำงานสายเดียวกันมักมีความเข้าอกเข้าใจกันมากกว่า เนื่องจากบางสถานการณ์ต่างคนต่างเคยเจอ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจที่จะคุยเรื่องต่าง ๆ โดยไม่มีการซ้ำเติมและเมินเฉยต่อกันส่งผลให้ไม่เกิดการทะเลาะด้วย

3.มีมุมมองต่อการทำงานมากขึ้น นอกจากการพูดคุยปัญหาต่าง ๆ แล้วยังมีเรื่องของการแชร์ทัศนคติของการทำงาน แนวโน้มของการทำงานว่าเป็นไปในทิศทางอย่างไร แต่ละฝ่ายมองภาพในการทำงานเป็นอย่างไร ถือเป็นการแลกเปลี่ยนและช่วยปรับแนวคิดของเราให้กว้างมากขึ้น

ข้อเสีย

1.อาจเกิดการโต้เถียงในการทำงานได้ ด้วยความที่มีความรู้ในด้านเดียวกันทำให้เกิดความขัดแย้งต่อกันได้ บางเรื่องที่เรารู้แต่อีกฝ่ายรู้มากกว่าอาจเกิดการพูดข่มกันได้ หรือการต่อว่าเกี่ยวกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในระบบงานก็ทำให้เป็นประเด็นการทะเลาะ ทำให้เหนื่อยใจมากยิ่งขึ้น

2.ได้เห็นมุมมองในด้านเดียว ถึงแม้ว่าจะมีมุมมองในสายงานที่กว้างมากขึ้น แต่กลับไม่มีมุมมองของสายงานด้านอื่น ๆ เลย การมองหาความรู้เกี่ยวกับสายงานด้านใหม่ก็สามารถต่อยอดได้เรื่องของการงานได้บ้างเหมือนกัน แต่ก็สามารถไปแชร์กับเพื่อนหรือคนรู้จักได้เล็ก ๆ น้อย ๆ

3.อาจเป็นคู่แข่งกัน เป็นความลำบากใจมากที่สุด ถ้าหากว่าคนรักทำงานในสายงานเดียวกัน แต่คนละบริษัทกันและบริษัทนั้นดันเป็นคู่แข่งกับของเราด้วย ตรงนี้การพูดคุยถึงปัญหาระบบงานต่าง ๆ ก็ทำได้ยากขึ้น ยิ่งการแข่งขันสูงยิ่งทำให้เกิดความอึดอัดระหว่างกันมากขึ้น แต่เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยมากนัก

แทงบอลฟรี

คบกันนานแล้ว ทำไมผู้ชายยังไม่ขอแต่งงานสักที 5 เหตุผลนี้คือคำตอบ

คบกันนานแล้ว ทำไมผู้ชายยังไม่ขอแต่งงานสักที 5 เหตุผลนี้คือคำตอบ

1.รอหน้าที่การงานให้มั่นคงก่อน

หน้าที่การงานเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก สำหรับผู้ชายหลายคน เพราะนี่คือ เป้าหมายในชีวิตของเขาเลยทีเดียว ซึ่งความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้นมักจะต้องใช้ความทุ่มเทและความพยายามอุตสาหะมากพอสมควร โดยเฉพาะหากหยุดเมื่อไหร่ก็อาจถูกคู่แข่งแซงหน้าได้ทันที เพราะเหตุนี้ เขาอาจจะต้องโฟกัสกับงานก่อน และเมื่อถึงเวลาที่บรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ แหวนวงนั้นก็จะมาสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของคุณอย่างไม่ทันรู้ตัวเลยทีเดียว

2.กำลังเก็บเงินอยู่

งานแต่งงานเป็นหนึ่งในพิธีกรรมที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้เป็นหนี้เป็นสิน ว่าที่เจ้าบ่าวของคุณอาจกำลังเก็บหอมรอมริบเพื่อสร้างเรือนหอของคุณกับเขาอยู่ก็เป็นได้ การแต่งงานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุว่าควรจะต้องแต่งเมื่อไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมเป็นสำคัญ เมื่อความรักพร้อม และเงินพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

3.อยากคุ้นเคยกับครอบครัวของฝ่ายหญิงมากกว่านี้

การแต่งงานเป็นเรื่องที่มีมากกว่าความรักของคนสองคน แต่หมายรวมถึงครอบครัวของทั้งสองฝ่ายด้วย โดยคนรักของคุณอาจจะต้องการสร้างความคุ้นเคยกับพ่อแม่และญาติสนิทมิตรสหายของคุณมากขึ้นก่อน จึงจะตัดสินใจขอคุณแต่งงาน เพราะนั่นหมายถึงการสู่ขอลูกสาวเขามาดูแล ฉะนั้น หลายคนอาจต้องการทำความรู้จักนิสัยใจคอว่าที่พ่อตาแม่ยายให้คุ้นเคยกันก่อนที่จะยกขันหมากมาสู่ขอนั่นเอง

4.ยังไม่ได้ฤกษ์ที่ใช่

ผู้ชายหลายคนให้ความสำคัญกับฤกษ์มงคลอย่างมากเช่นกัน เพราะนั่นอาจหมายถึงทิศทางของความรักและชีวิตคู่หลังการแต่งงาน ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงเลือกที่จะรอฤกษ์ที่ใช่วันแต่งที่ชอบเสียก่อน จึงจะขอคุณแต่งงาน ซึ่งเรื่องความเชื่อนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร เมื่อได้ฤกษ์ที่เหมาะสมแล้ว เขาก็จะไม่รีรอเลยที่จะขอให้คุณใช้นามสกุลเดียวกันกับเขา

5.รัก แต่ยังไม่อยากผูกมัด

ปัจจุบันมีคู่รักหลายคนที่เลือกที่จะอยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส หรือการเป็น Life Partner ใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนคู่สามีภรรยาในทางพฤตินัยทุกประการ เพียงแต่ไม่ได้เป็นในทางนิตินัยเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนจำนวนมากไม่ต้องการสร้างภาระทางกฎหมายที่ตามมาพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส จึงเลือกใช้วิธีการดังกล่าวซึ่งก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ที่มีความคล่องตัวมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนทั้งคู่ ซึ่งคุณอาจต้องตัดสินใจหากคู่รักของคุณต้องการดำเนินความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้

แทงบอลฟรี

วิธีรับมือกับถ่านไฟเก่าที่ไม่ยอมดับ ปราบให้ราบคาบด้วยตัวคุณเองง่ายๆ

วิธีรับมือกับถ่านไฟเก่าที่ไม่ยอมดับ ปราบให้ราบคาบด้วยตัวคุณเองง่ายๆ

1.เปิดตัวแฟนให้คนอื่นรับรู้

การเปิดตัวแฟนเป็นการบอกอ้อมๆ ให้กับคนรอบข้างและถ่านไฟเก่ารู้ว่าคุณทั้งสองคนคบกันอย่างเปิดเผย ซึ่งจะก็ช่วยให้แฟนเก่ารามือได้ เพราะการเปิดตัวจะทำให้คนรอบข้างรับรู้และจะเกิดคำนินทาต่อถ่านไฟเก่าที่คอยป่วน และการลงรูปคู่ในโซเชียลก็เป็นการแสดงให้รู้ว่าทั้งสองรักกันมาก ทำให้ถ่านไฟเก่าที่คอยเข้ามาส่องความเคลื่อนไหวอยู่บ่อยๆ ต้องร้อนรนและอาจจะตัดใจไปเลยก็ได้

2.พยายามไม่คิดมาก

ข้อนี้ต้องใช้ความพยายามและความอดทนต่อการป่วนของถ่านไฟเก่ามาก บางครั้งถ่านไฟเก่าอาจจะมีการด่าทอเราหรือลงรูปเก่าๆ ให้เราโมโหได้ ต้องมีสติและไม่ดิ้นไปตามเกมของเขา เพราะถ้าหากเราเกิดสติแตกไปโวยวายและหึงหวงทำให้เป็นพฤติกรรมที่ดูไม่ดีและคนที่ผิดอาจกลายเป็นเราได้ ให้นิ่งเงียบและรอเชือดเงียบๆ จะดีกว่า

3.เรียกมาคุยเปิดใจ

เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและชัดเจนมากที่สุดในกรณีที่ถ่านไฟเก่ายังติดต่อกับผู้ชายและมีการส่งข้อความมาป่วน ด่าทอเรา การเรียกมาคุยก็ถือเป็นการเคลียร์ปัญหาที่ค้างคาถึงสาเหตุว่าทำไมถึงยังไม่จบ นั่งคุยกันทั้ง 3 คนเลยว่ามีปัญหาอะไรกันและเป็นการเตือนเบาๆ ว่าถ้ายังไม่เลิกป่วนอีกจะแจ้งความก็ได้

4.คิดว่าเป็นอากาศก็แล้วกัน

การไม่สนใจในการกระทำทุกอย่างของถ่านไฟเก่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด คิดว่ามันคืออดีตของแฟนและปล่อยวางไม่สนใจในสิ่งที่เขาทำ ต่อให้ส่งข้อความมาด่าหรือว่าป่วนให้ร้ายต่างๆ ก็ให้นิ่งเสีย ไม่ต้องไปสนใจ ให้มองผ่านไปคิดว่าเป็นธาตุอากาศไปเลยยิ่งดีเดี๋ยวอีกฝ่ายก็จะเลิกไปเอง

แทงบอลฟรี

หยุดพฤติกรรมสุดงี่เง่า ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว

หยุดพฤติกรรมสุดงี่เง่า ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว

1. ก็คิดเอาเองสิ

การกดดันด้วยคำพูดแบบนี้ แสดงออกถึงความไม่ไว้วางใจในตัวของแฟนคุณเลย มันเป็นการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว รวมถึงความหวาดระแวงและที่จับผิดที่อีกฝ่ายก็รู้สึกได้ หากทำตัวราวกับว่าเขาเป็นนักโทษแบบนี้ ใครๆ ก็คงอยากแหกคุกไปสู่อิสรภาพที่ดีกว่าทั้งนั้น หากว่าเขาไว้ใจขนาดนั้นไม่ได้จริงๆ ต่อให้คุณจะจับผิดได้ทุกสิ่งอย่าง มันก็ไม่มีประโยชน์หรอกที่จะเหนี่ยวรั้งคนแบบนี้เอาไว้แล้วล่ะ นอกจากเขาจะไม่แฮปปี้แล้วคุณเองคิดดูดีๆ สิ การใช้ชีวิตแบบนี้ไม่เหนื่อยอกเหนื่อยใจบ้างเหรอ?

2. ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่ต้องปิดบังสิ

แม่นางผู้ช่างห้ามสารพัด ไม่ว่าจะห้ามกลับดึก ห้ามดื่มเหล้า ห้ามไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง ห้ามยุ่งกับผู้หญิงทุกคน ห้ามเล่นเกม โดยอ้างว่าหวังดี…นี่เธอเป็นแค่แฟนนะ จะทำตัวเป็นเจ้าชีวิตเขาขนาดนี้ไม่ได้ ทุกคนต่างมีชีวิตเป็นของตัวเอง ใช้ชีวิตในแบบตัวเอง การที่เธอมาจำกัดสิทธิเสรีภาพเขาขนาดนี้ คิดว่าใครคนหนึ่งจะยอมเสียสละการใช้ในแบบของตัวเองเพื่อคนอื่นได้มากแค่ไหนกัน ยิ่งกักขังเขาเอาไว้เท่าไหร่ โอกาสที่รักจะพังก็มีมากเท่านั้น คิดถึงใจเขาใจเราบ้าง ถ้าหากว่าคุณเป็นฝ่ายที่อยู่กับผู้ชาย ซึ่งห้ามทำในสิ่งที่คุณชอบทุกอย่าง คุณก็ไม่น่าจะทนอยู่กับคนๆ นั้นได้เช่นกันใช่ไหมล่ะ

3. เป็นห่วงนะสิ่งที่ไม่ดีห้ามทำ

ทุกๆ คนมีข้อเสียเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แต่การกระทำที่แม้แต่เราก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามันไม่ถูกไม่ควร แต่ก็ยังเอาไปลงกับคนที่รักแล้วอ้างคำว่ารัก ให้อดทนกับนิสัยเสียทุกอย่างของเรา มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องสักนิดเลยนะ ยิ่งรักก็ยิ่งควรจะต้องมีการปรับตัว ให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราเกิดปัญหาให้น้อยที่สุดต่างหาก เพราะถ้ามีการปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่เขาต้องทนข้อเสียและด้านลบทุกอย่างแบบนี้ ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดนะ ถ้าไม่แก้ไขปรับปรุงจริงๆ คงต้องมีวันเลิกรากันอย่างแน่นอนเลย

4. ถ้ารักก็ต้องรับที่ฉันเป็นฉันได้สิ

แม้ว่าสุภาพบุรุษมักจะเป็นฝ่ายออกเงินให้ผู้หญิงอยู่เสมอ แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลย เขาไม่ใช่พ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูเรานะ ผู้ชายที่มีฐานะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินก็สร้างหลายๆ คน ก็สร้างมาตรฐานในส่วนนี้สูงเกินไป จนมีผู้หญิงหลายๆ คนคิดว่าผู้ชายต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน ดื่ม เที่ยว รวมถึงต้องมีเงินให้เธอใช้ด้วย เมื่อความรักมีเงินมาเป็นข้อแม้ มันทำให้อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าที่อยู่ด้วยกันนี้เพราะว่ารักหรือว่าเธอต้องการเงินกันแน่นะ เรื่องการเงินที่ไม่ลงตัวนั้นต่างก็ทำให้คู่รักหลายๆ คู่ต้องมีปัญหากันมานักต่อนักแล้ว

5. ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายออกเงิน

ความผิดเริ่มต้นมาจากใครไม่รู้ แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่เธอจะต้องหาโอกาสสร้างความน่าสงสารให้กับตัวเองทันที ทุกคนดูใจร้ายโหดร้ายกับเธอหมด มีเธอที่ทำดีและคอยเสียสละให้ผู้อื่นอยู่เสมอ ยิ่งกับแฟนหากมีอะไรผิดพลาดก็จะโทษว่าเขาทำอยู่ฝ่ายเดียวตลอด ไม่มีใครโอเคแน่ๆ ที่จะเป็นตัวร้ายในสายตาเธอเสมอแบบนี้ เห็นทีจะอยู่ด้วยกันยากเกินไปแล้วล่ะนะ

6. เป็นเจ้าแม่ดราม่า คิดลบเก่ง

เขาว่าผู้หญิงมีความรักแล้วมักจะงี่เง่า ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง นั่นก็อาจจะเพราะความอ่อนไหว ความขี้ใจน้อย ความคิดมาก หรือฮอร์โมนแปรปรวน ที่อาจจะทำให้เราใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล และทำหลายๆ อย่างไปโดยไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องผิด เพราะว่าเราทำไปด้วยความรัก แต่แท้ที่จริงแล้วเราต่างหากที่เอาความรักมาใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อแสดงนิสัยที่ไม่ดีกับคนรักของตัวเองอยู่ มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่เหล่าผู้ชายจะต้องอดทนกับแฟนของตัวเองบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

แทงบอลออนไลน์